เมื่อผู้ใช้พิมพ์ URL ในเบราว์เซอร์ ระบบเบื้องหลังจะทำงานหลายขั้นตอน ตั้งแต่แปลงชื่อโดเมนเป็น IP Address สร้างการเชื่อมต่อ ส่ง request ไปยัง server และรับ response กลับมาแสดงผล
DNS ทำหน้าที่แปลงชื่อโดเมน เช่น example.com ให้เป็น IP Address ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้สื่อสารกันได้ เช่น 93.184.216.34
ลำดับโดยย่อคือ
ผู้ใช้พิมพ์ domain -> Browser ถาม DNS -> ได้ IP Address -> Browser ติดต่อ server
ถ้าไม่มี DNS ผู้ใช้ต้องจำ IP Address ของเว็บไซต์จำนวนมาก ซึ่งไม่สะดวกและดูแลยาก
TCP/IP เป็นชุดโปรโตคอลพื้นฐานในการรับส่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต
HTTP เป็นรูปแบบการสื่อสารระหว่าง client และ server
Client ส่ง HTTP Request -> Server ประมวลผล -> Server ส่ง HTTP Response -> Client แสดงผล
ตัวอย่าง request แบบง่าย:
GET /products HTTP/1.1
Host: example.com
ตัวอย่าง response แบบง่าย:
HTTP/1.1 200 OK
Content-Type: text/html
<h1>Products</h1>
| Method | ใช้สำหรับ |
|---|---|
| GET | ดึงข้อมูล |
| POST | ส่งข้อมูลใหม่ |
| PUT | แก้ไขข้อมูลทั้งชุด |
| DELETE | ลบข้อมูล |
การเลือก method ที่ถูกต้องช่วยให้ API อ่านง่ายและสอดคล้องกับมาตรฐาน REST
| Status | ความหมาย |
|---|---|
| 200 OK | คำขอสำเร็จ |
| 301 Redirect | ย้ายไป URL ใหม่ถาวร |
| 404 Not Found | ไม่พบ resource |
| 500 Server Error | server มีข้อผิดพลาด |
HTTPS คือ HTTP ที่มีการเข้ารหัสข้อมูลด้วย TLS/SSL ทำให้ข้อมูลที่ส่งระหว่าง client และ server ปลอดภัยขึ้น ลดความเสี่ยงจากการดักอ่านหรือแก้ไขข้อมูลระหว่างทาง
HTTPS สำคัญมากกับระบบที่มีข้อมูลส่วนตัว เช่น login, payment, dashboard และ API ที่ต้องใช้ token
เปิด DevTools แท็บ Network แล้วเข้าเว็บไซต์ 1 แห่ง จากนั้นจดบันทึก request อย่างน้อย 5 รายการ โดยระบุ method, status code และ type ของไฟล์
GET, POST, PUT, DELETE ใช้ต่างกันอย่างไร