เว็บแต่ละประเภทเหมาะกับโจทย์ต่างกัน บางเว็บต้องการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เปลี่ยนบ่อย บางเว็บต้องแสดงข้อมูลเฉพาะผู้ใช้แบบ real-time การเลือก Static, Dynamic หรือ Hybrid จึงส่งผลต่อประสิทธิภาพ ความซับซ้อน และต้นทุนของระบบ
Static Web คือเว็บไซต์ที่ประกอบด้วยไฟล์ HTML, CSS และ JavaScript ที่ค่อนข้างตายตัว เนื้อหาไม่เปลี่ยนตามผู้ใช้แต่ละคนมากนัก
เหมาะกับ
ข้อดีของ Static Web คือโหลดเร็ว deploy ง่าย ปลอดภัยกว่าในบางกรณี และดูแลระบบน้อยกว่า แต่ข้อจำกัดคือไม่เหมาะกับข้อมูลที่ต้องเปลี่ยนตามผู้ใช้ตลอดเวลา
Dynamic Web คือเว็บที่สร้างผลลัพธ์ตามคำขอของผู้ใช้หรือข้อมูลปัจจุบัน เช่น E-Commerce, Social Media, ระบบสมาชิก และ dashboard
ตัวอย่างความสามารถของ Dynamic Web:
Dynamic Web ยืดหยุ่นและโต้ตอบสูง แต่ซับซ้อนกว่า ต้องดูแล server, database, security และ performance
แนวทาง Hybrid คือการผสม Static Site Generation (SSG) กับ Dynamic API Calls เช่น หน้าเนื้อหาหลักสร้างไว้ล่วงหน้าเพื่อให้โหลดเร็ว แต่บางส่วนเรียก API แบบ dynamic เช่น comments, user profile หรือ search result
ตัวอย่าง:
หน้า course lesson สร้างแบบ static -> คะแนน/ความคืบหน้าผู้เรียนเรียกจาก API
| ประเภทโปรเจกต์ | แนวทางที่เหมาะ |
|---|---|
| Portfolio | Static |
| Landing Page | Static หรือ SSG |
| E-Commerce | Dynamic หรือ Hybrid |
| Social Platform | Dynamic |
| ระบบบทเรียนออนไลน์ | Hybrid |
| Documentation | Static หรือ SSG |
ให้เลือกโปรเจกต์ 3 แบบ ได้แก่ Portfolio, ร้านค้าออนไลน์ และระบบบทเรียนออนไลน์ แล้วอธิบายว่าแต่ละแบบควรใช้ Static, Dynamic หรือ Hybrid เพราะเหตุใด